shopup.com

ดูบทความStem cell อีกหนึ่งทางเลือกของคนที่ไม่ต้องการทำศัลยกรรม หรือฉีดโบท็อกซ์

Stem cell อีกหนึ่งทางเลือกของคนที่ไม่ต้องการทำศัลยกรรม หรือฉีดโบท็อกซ์

หมวดหมู่: บทความ

 

Stem cll อีกหนึ่งทางเลือกของคนที่ไม่ต้องการทำศัลยกรรม หรือฉีดโบท็อกซ์

 

เดี๋ยวนี้คงไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินคำว่า  “สเต็มเซลล์”    เทรนการนำสเต็มเซลล์มาประยุกต์ใช้กับเครื่องสำอางนั้นเริ่มมีมาเรื่อยๆ  ซึ่งเรามักได้ยินคำบอกต่อกันว่า ใช้สเต็มเซลล์แล้วทำให้แก่ช้าลง ผิวพรรณดีขึ้น  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เทรนของสเต็มเซลล์กับเครื่องสำอางเริ่มเป็นที่นิยมและแพร่หลายกันมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง 

 

แหล่งที่มาของสเต็มเซลล์นั้นก็มีทั้งได้จากคน  จากสัตว์ และจากพืช โดยให้คุณสมบัติข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันออกไป  แต่ในที่นี้ผมขอกล่าวถึงสเต็มเซลล์ที่ได้จากพืช  เพราะผลข้างเคียงที่เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องสำอางนั้นแทบไม่มีหรือถ้ามีก็มีน้อยมาก   หากเปรียบเทียบกับสเต็มเซลล์จากคน หรือสัตว์ที่จะส่งผลข้างเคียงได้เยอะกว่า เช่น อาจทำให้เกิดฝ้าได้

 

สเต็มเซลล์จากพืชที่ผมจะพูดถึงในบทความนี้   คือสเต็มเซลล์จากแอปเปิ้ลเขียว1    เป็นสารสกัดที่ได้จากเซลล์ตัวอ่อนของแอปเปิ้ลเขียว ซึ่งมีวิตามินซีสูง มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดี  ส่งผลให้ผิวกระจ่างใส  ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิวแข็งแรง  และช่วยลดริ้วรอยจนทำให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเห็นได้ชัด

 

สเต็มเซลล์จากแอปเปิ้ล มีอยู่หลาย source  แตกต่างกันตามกรรมวิธีที่ทำให้มาซึ่งสารสกัด  สำหรับของที่โรงงานผม      ได้เลือกใช้สเต็มเซลล์จากแอปเปิ้ลของ source ที่ได้รางวัล Innovation Prize ; Award Winner (BSB Innovation Prize for the best active ingredient 2008) ความแตกต่างของ source นี้คือมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการสกัด  ที่เรียกว่า   Phytocelltec ™ (PCT)2  เพื่อช่วยทำให้สเต็มเซลล์มีอายุยาวนานขึ้น 

 

ข้อดีของการใช้สเต็มเซลล์โดยวิธี PCT  คือ

  • ช่วยปกป้องสเต็มเซลล์ผิวให้มีอายุยาวนานขึ้น
  • ชะลอความเสื่อมของเซลล์สำคัญในผิว
  • ต่อสู้กับริ้วรอยที่เกิดตามวัย
  • เก็บรักษาความอ่อนเยาว์และความสดใสให้กับผิว
  • ทนต่ออุณหภูมิความร้อนได้ถึง 60o

 

ผลการทดสอบสารสกัดจากแอปเปิ้ลที่สกัดด้วยวิธี  PCT 

  1. คงไว้ซึ่งการเพิ่มสเต็มเซลล์     การทดสอบแบบ in vitro ใน umbilical cord blood  (เซลล์สายสะดือซึ่งเป็นสเต็มเซลล์ที่มีอายุน้อยที่สุด)  ด้วยสารสกัดจากแอปเปิ้ลเขียวที่สกัดด้วยวิธี PCT  โดยผลการทดสอบซึ่งเจริญเติบโตแบบ artificial  วัดโดยการนับจำนวนเซลล์หลังจาก incubate  ด้วยสารสกัด  ซึ่งผลแสดงว่าสารสกัด มีผลในการเพิ่มจำนวนเซลล์สายสะดือ  
  1. ปกป้องการทำลายเซลล์จากรังสี UV       การทดสอบแบบ in vitro ในการป้องกันการทำลายเซลล์รังสี UV  โดยนำ umbilical cord blood  (เซลล์สายสะดือ)  ไปincubate  ด้วยสารสกัดจากแอปเปิ้ลเขียวที่สกัดด้วยวิธี PCT  ที่ความเข้มข้นต่างกันเป็นเวลา 24 ชั่วโมง  จากนั้นได้วัดจำนวนเซลล์ที่มีชีวิต และถูกทำลายจากรังสี UV  โดยวัดจำนวนเซลล์หลังจากฉายรังสี UV แล้ว 48 ชั่วโมง  พบว่าผลของสารสกัดจากแอปเปิ้ลเขียวที่สกัดด้วยวิธี PCT นั้น  จะช่วยปกป้องเซลล์สายสะดือจากการทำลายของรังสี UV  แม้ที่ความเข้มข้นต่ำ 
  2. ประสิทธิภาพในการ gene expression (การแสดงออกของยีน)       การทดสอบนี้ใช้พิสูจน์คุณสมบัติการต่อต้านการชราของเซลล์  (anti-senescence)  ด้วยสารสกัดจากแอปเปิ้ลเขียวที่สกัดด้วยวิธี PCT     ทดสอบโดยการนำ Fibroblast  cell  ทำการ Treat   ด้วย H2O2    เป็นเวลา 2 ชั่วโมง  หลังจากนั้นนำไปแช่ในสารสกัดจากแอปเปิ้ลเขียวที่สกัดด้วยวิธี PCT  ที่เข้มข้น 2%  เป็นเวลา 144 ชั่วโมง  ผลทดสอบแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากแอปเปิ้ลเขียวที่สกัดด้วยวิธี PCT  ช่วยเพิ่ม specific gene  ซึ่งมีคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับ  การชะลอการเสื่อมของเซลล์ , ปกป้องการ oxidation  , ซ่อมแซม DNA ของเซลล์   
  3. การลดเลือนรอยตีนกา     ประสิทธิภาพการลดริ้วรอยของ PCT  วัดโดยทดสอบกับผู้ทดสอบ 20 คน ช่วงอายุ 37-64 ปี  โดยใช้สารสกัดจากแอปเปิ้ลเขียวที่สกัดโดยวิธี PCT  ปริมาณ 2% ทา 2 ครั้งต่อวัน  ใช้เวลาทดสอบ 28 วัน  วัดความลึกของรอยตีนกาพบว่าความลึกของรอยตีนกาลดลงอย่างเห็นได้ชัด  ถือเป็นจำนวน 100%  ของผู้ทดสอบที่พบว่าริ้วรอยลดลง

  4. การทดสอบการแพ้     ทำโดยใช้วิธี  Occlusive photo patch test  พบว่าไม่เกิดการแพ้

 

 

ซึ่งจากผลการทดสอบต่างๆ  ที่กล่าวมาข้างต้น   จึงถือได้ว่า  สเต็มเซลล์จากแอปเปิ้ลเขียวที่สกัดโดยวิธี PCT  (ซึ่งเป็น source ที่เราเลือกใช้อยู่) นั้น   จัดได้ว่าเป็นสารที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย และช่วยแก้ไขปัญหาผิวหน้าได้ดีมากที่สุดตัวหนึ่ง ผลจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากแอปเปิ้ลเขียวในปริมาณที่เหมาะสม  จะมีส่วนช่วยทำให้ผิวหนังของเราดีขึ้น  ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าไม่ว่าจะเป็นรอยดำคล้ำ  รอยเหี่ยวย่น  รอยตีนกา  นอกจากนี้ยังช่วยยืดอายุเซลล์ผิวด้วย    เป็นการฟื้นฟูสภาพผิวให้ดีขึ้นจากภายในสู่ภายนอก ยืดอายุผิวให้อ่อนวัย เปล่งปลั่งสดใสแม้จะมีอายุที่เพิ่มมากขึ้นก็ตาม

 

                                         ดูเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ของบริษัท  ที่ผลิตขึ้นโดยใช้สเต็มเซลล์จากแอปเปิ้ลเขียว  (คลื้กที่รูปได้เลยครับ)

 

                          

 

 

หมายเหตุ

1) ที่มาของสเต็มเซลล์จากแอปเปิ้ล

ปี  2005 นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิต  ได้สังเกตว่าแอปเปิ้ลลูกหนึ่งจากสายพันธุ์   Uttwiler Spatlauber  ได้ร่วงหล่นจากต้น ปรากฏว่าผลแอปเปิ้ลนั้น เน่าช้ามาก เดือน สองเดือน ยังไม่เน่าเสีย  นักวิทยาศาสตร์สวิต จึงนำผลแอปเปิ้ลนี้มาทำการทดลองในห้องทดลอง  จึงพบว่ามันมี long live cell  จึงทำให้เก็บไว้ได้นาน  และนอกจากนี้ยังมี Phytonutrient (สารอาหารที่ได้จากพืช) และโปรตีนจึงทำให้แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มาก   และเมื่อสองปีผ่านไป  ทีมนักวิทยาศาสตร์สวิตจึงสามารถนำผลแอปเปิ้ลมาทำเป็นสเต็มเซลล์ได้สำเร็จ  จนได้รับรางวัลโนเบลสาขา ลบเลือนริ้วรอยในปี 2008 (Innovation Prize 2008)

2) Phytocelltec ™ (PCT)  เป็นระบบไลโปโซมที่บรรจุสเต็มเซลล์ของแอปเปิ้ลจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์  (ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่า  สามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่เหี่ยวย่น)  โดยทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชด้วยเทคโนโลยี Phytocelltec ™  ทำให้ได้สเต็มเซลล์ของพืชและนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง  เพื่อทำให้สเต็มเซลล์มีอายุยาวนานขึ้น โดยการใช้ PCT ในการปกป้องสเต็มเซลล์   และมีการศึกษาให้เห็นถึงการชะลอความเสื่อมและลดรอยเหี่ยวย่นของผิวได้ 

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

Mibelle  biochemistry

 

             

                      คุณนิธิกร  สิงห์สัตย์

           กรรมการบริหาร บจก.มีสตางค์มีทรัพย์

 

 

 

 

06 ตุลาคม 2561

ผู้ชม 2676 ครั้ง

Engine by shopup.com